Class
IP เริ่มต้น IP สิ้นสุด NetID (bit) HostID (bit)
Class A 0.0.0.0 127.255.255.255 8 24 = 16777216
Class B 128.0.0.0 191.255.255.255 16 16 = 65536
Class C 192.0.0.0 223.255.255.255 24 8 = 256
Class D 224.0.0.0 239.255.255.255 - multicast address
Class E 240.0.0.0 247.255.255.255 - Reserve
ตารางที่ 1 IP Address และจำนวนโฮสในแต่ละ Class
"
Class A มี NetID = 8 bit จาก IP Address ทั้งหมด 32 bit
จึงเหลือ HostID 24 bit ทำให้มีจำนวนaddress ในเน็ตเวิร์คเดียวกันได้ทั้งหมด
เท่ากับ 224 = 16777216 address
" Class B มี HostID เท่ากับ NetID ดังนั้นมีจำนวน
address เท่ากับ 216 = 65536
" Class C เป็น Class ที่เล็กที่สุดทีใช้งานกัน มี
HostID 8 bit ทำให้มี address ได้เท่ากับ 28 = 256
" Class D นั้นเป็น Multicast Address โดยสงวนไว้ใช้สำหรับอุปกรณ์ที่จะต้องมีการส่งข้อมูลในกลุ่มเดียวกัน
" Class E ท้ายสุดของ IPv4 สงวนไว้ใช้ในอนาคต เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถของ
IPv4 เอง
รูปแบบการเขียน
จะมีหมายเลขเรียนกัน 4 ชุด โดยมีจุดคั่นกลาง มีด้วยกัน 2
ชุดคือ IP Address และ Subnet Maskโดยตัวเลข ชุดแรกเรียกว่า
IP Address หรือ Host Address ชุดหลังเรียกว่า Subnet Mask
เช่น 192.168.1.1/255.255.255.0 เป็นต้น
ตารางที่
2 แสดงหมายเลข IP Address ระหว่างเลขฐานสิบ และ ฐานสอง จากตัวอย่างเมื่อเปลี่ยน
192 เป็นเลข ฐานสองจะมีค่าเท่ากับ 1100 0000 ต้องจะใช้ความสามารถในการเปลี่ยนเลขฐานสิบเป็นฐานสอง
ลองเปลี่ยนเลขถัดไปคือ 168.1.1 เป็น ฐานสอง จะได้เท่ากันกับในตาราง
มีข้อแม้นิดนึงครับ คือต้องเปลี่ยนที่ละชุดตัวเลขระหว่างจุด
IP
Address
ฐานสิบ ฐานสอง (32 bit)
192.168.1.1 1100 0000 . 1010 1000 . 0000 0001 . 0000 0001
Subnet Mask
255.255.255.0 1111 1111 . 1111 1111 . 1111 1111 . 0000
0000
ตารางที่ 2 ตัวอย่างหมายเลข IP Address และ Subnet Mask
มาถึงเรื่องต่อไป
คือคำว่า Private IP กับ Public IP กันบ้าง คำว่า Private
IP หรือบางทีเรียกกันว่า Internal IP ผมให้นิยามไว้ให้หมายถึง
IP Address ที่ไม่ใช้บน Internet และไม่สามารถติดต่อกับ
Public IP ได้ แต่ไม่ใช่ซะทีเดียว เราสามารถใช้เทคนิค ที่เรียกว่า
NAT (Network Address Translation) เข้าช่วยได้ Private
IP นี้สามารถกำหนดขึ้นมาใช้ได้เอง โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับ
Intranet ในหน่วยงาน ในส่วนของ Public IP หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า
Real IP นั้นใช้ในเครือข่าย Internet โดยจะต้องขอไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแล
IP Address ในแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละหน่วยงานที่ขอ
IP Address ต้องได้หมายเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลยในโลกนี้ด้วยครับ
ในประเทศไทยหน่วยงานที่กำกับดูแลคือ thnic.net
Class
IP เริ่มต้น IP สิ้นสุด NetID (bit) HostID (bit)
Class A 10.0.0.0 10.255.255.255 24 24 = 16777216
Class B 172.16.0.0 172.32.255.255 16 16 = 65536
Class C 192.168.0.0 192.168.255.255 8 8 = 256
คุ้นๆ
กันบ้างกับตัวเลข 192.168.x.x ที่เห็นกันทั่วไปตามร้าน Internet
Caf? หรือ Games Caf?' นะครับ นี่แหละ Private IP ทีนี้ลองมาดูส่วนประกอบของ
IP Address ที่เขียนๆ กันบ้างว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง แล้วมีความหมายอย่างไร
ลองดูตัวอย่าง IP Address ประกอบกับคำอธิบายด้านล่างครับ
ตัวอย่าง
IP Address = 192.168.1.1/255.255.255.0
1. IP Address หรือ Host Address คือ 192.168.1.1
2. Subnet Mask คือหมายเลขหลังเครื่องหมาย "/"
คือ 255.255.255.0 โดยมีความหมายว่า มีจำนวนโฮสในเน็ตเวิร์คเท่าไหร่
ใน Class C คำนวณจำนวนได้โดยการนำค่าจำนวน HostID ที่มีขนาดเท่ากับ
8 bit หรือเท่ากับ 28 = 256 ลบด้วยค่าสุดท้ายของ Subnet
Mask จากตัวอย่างคือ 256 - 0 = 256 ดังนั้นจึงมีจำนวนโฮสทั้งหมดเท่ากับ
256 โฮส แต่ในหนึ่งเน็ตเวิร์คจะต้องมี Network Address และ
Broadcast Address เสมอ จึงมีโฮสเท่ากับ 254 โฮส
3. Network Address บอกตำแหน่งเริ่มต้นของ IP Address ใน
Class จากตัวอย่าง เป็นเน็ตเวิร์ค Class C ซึ่งมีโฮสทั้งหมดเท่ากับ
256 โฮส โดยมี IP Address เริ่มจาก 192.168.1.0 - 192.168.1.255
ดังนั้น Network Address คือ 192.168.1.0
4. Broadcast Address เป็นช่องทางของการส่งข้อมูลให้กับโฮสอื่นๆ
เปรียบเสมือนการตะโกนเข้าไปในห้องที่มีคนอยู่รวมๆ กัน ซึ่งทำให้คนที่อยู่ในห้องได้ยินพร้อมๆ
กันทั้งหมด โดย Broadcast Address จะเป็น IP Address สุดท้ายของเน็ตเวิร์คเสมอ
จากข้อ 3 Broadcast Address จึงมีค่าเท่ากับ 192.168.1.255
มีการเขียน Subnet Mask อีกอย่างที่เห็นกันบ้างคือเขียนเป็นจำนวน
bit เช่น 192.168.1.1/24 โดย 24 นี้ คือ NetID จาก 32 bit
ของ IPv4 ทำให้เหลือ HostID เท่ากับ 8 bit (32 - 24) ดังนั้นจึงเขียน
Subnet Mask เป็น /24 ซึ่งเท่ากับการเขียนโดยระบุ Subnet
Mask 255.255.255.0
ทีนี้มารู้จักคำว่า Classless กัน มันหมายถึงการแบ่ง IP
Class ต่างๆ ออกเป็นเน็ตเวิร์คย่อยๆ หรือเรียกได้อีกอย่างว่า
แบ่งไม่เต็มคลาส ยกตัวอย่าง Network คลาส C ซึ่งถูกแบ่งเป็นเน็ตเวิร์คละ
128 โฮส เขียนได้เป็น 192.168.1.3/255.255.255.128 นี่แหละ
Classless มาดูว่าจะศึกษาจาก IP Address ข้างต้นอย่างไร
โดยเราใช้ความรู้เรื่องพื้นฐานก่อนหน้านี้มาใช้กันเลย